แนะนำสินค้าและบริการ เสื้อผ้า สุขภาพ ท่องเที่ยว ฯลฯ

การป้องกันการติดเชื้อ HIV

เอดส์

วิธีการป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์ที่ดีที่สุด คือการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเอดส์ เช่น

การฉีดยาเสพติดเข้าเส้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ จะสามารถลดการเกิดอัตราติดเชื้อเหมือนที่ประเทศไทยประสบผลสำเร็จในการให้ใช้ถุงยาง 100 % เนื่องจากยังไม่มีการรักษาหรือวัคซีนที่ป้องกันโรคดังนั้นทุกคนจะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันโรค

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV

สมัยก่อนผู้ที่ติดเชื้อมักจะเป็นพวกรักร่วมเพศ หรือฉีดยาเสพติดเข้าเส้น ปัจจุบันพบว่าการติดเชื้อHIV พบได้ใน วัยรุ่น คนทำงาน ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น แม่บ้าน คือสามารถพบได้ทั่วๆไป ดังนั้นทุกคนเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV หากไม่ป้องกันหรือประมาท โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

การป้องกันการติดเชื้อ HIV จากเพศสัมพันธ์

การติดเชื้อ HIV จะสามารถติดต่อทางเยื่อเมือก (mucous membranes)เช่น ปลายอวัยวะเพศชาย ปาก ทวารหนัก ช่องคลอด หากเยื่อเมือกเหล่านี้ได้รับเชื้อ HIV จาก น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นของทั้งหญิงและชาย เลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

วิธีป้องกันที่ได้ผลมากที่สุดแต่ทำยากที่สุดคือการไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่น

ป้องกันตัวเองทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางที่ทำจากยาง latex condom หรือ dental dam หากแพ้ยาง latex ให้ใช้ชนิด polyurethane condoms นอกจากการเลือกใช้ชนิดของถุงยางแล้ว ต้องเรียนรู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง ห้ามใช้สารหล่อลื่นที่เป็นไขมันเพราะจะทำให้ถุงยางรั่ว

กิจกรรมอะไรที่เสี่ยงและไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV

การช่วยตัวเอง การกอดรัดเล้าโลม การจูบ พวกนี้มีโอกาสการติดเชื้อต่ำ

การมีเพศสัมพันธ์ทั้งทางทวารและช่องคลอดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง

การมีเพศสัมพันธ์ทางปากก็มีความเสี่ยง ดังนั้นต้องใส่ถุงยางป้องกัน

การป้องกันการติดเชื้อสำหรับผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น

เชื้อ HIV สามารถติดต่อผ่านทางเข็มฉีดยาที่ใช้ร่วมกัน เข็มดังกล่าวจะปนเปื้อนเลือด ดังนั้นวิธีป้องกันการติดเชื้อทำได้ดังนี้

หยุดยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดเพื่อหยุดยาเสพติด

หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ให้ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง

สำหรับผู้ที่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เข็มร่วมกัน ก็ให้ล้างเข็มให้สะอาดด้วยน้ำโดยการฉีดล้างกระบอกฉีดยา และแช่เข็มในน้ำยาฆ่าเชื้อ 1 นาที

การป้องกันการติดเชื้อ HIV ในคนท้อง

เด็กที่คลอดจากแม่ที่มีเชื้อ HIV สามารถรับเชื้อจากแม่ขณะตั้งครรภ์ และการคลอด ปัจจุบันหากทราบว่าคนท้องมีเชื้อ HIV สามารถให้ยา AZT ซึ่งสามารถลดอัตราการติดเชื้อลง

การป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังสัมผัสโรค

ทางการแพทย์มีประสบการณ์เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังสัมผัสโรคโดยศึกษาในเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขที่ถูกเข็มตำ พบว่าหากให้ AZT หลังถูกเข็มตำจะสามารถลดอุบัติการณ์ลงได้ร้อยละ 80 จากความรู้นี้สามารถนำมาใช้กับการสัมผัสโรคHIVโดยทางเพศสัมพันธ์ ก็น่าจะให้ยาป้องกันได้ การป้องกันดีที่สุดคือไม่มีเพศสัมพันธ์การใส่ถุงยาง การมีเพศสัมพันธ์แบบ safer sexual practices หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกันไม่ว่าทางทวารหรือทางปกติ oral sex กับผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้ที่ติดยาเสพติด รักร่วมเพศ ควรจะได้รับยาป้องกันภายใน 3 วันหลังสัมผัส และหากท่านทราบว่าตัวเองติดเชื้อ HIV และไปร่วมเพศกับคนที่ไม่ได้ติดเชื้อท่านต้องแจ้งให้คู่ขาทราบภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อที่คู่ขาจะได้รับยาป้องกันการติดเชื้อ HIV

การบริจาคเลือด

ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ห้ามบริจาคเลือดโดยเด็ดขาด

Fri, January 27 2017 » การบริการ » Comments Off on การป้องกันการติดเชื้อ HIV

การดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีมีหลักปฏิบัติอย่างไรบ้าง

9เด็กที่ติดเชื้อต้องดูแลสุขภาพทั่วไปให้มีสุขอนามัยที่ดีเพื่อลดความเสี่ยงต่อ การเจ็บป่วยซ้ำเติม  เพราะภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกาย  อาจจะไม่ปกติในบางช่วงได้สุขอนามัยควรเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วัยทารก ให้อาหารที่สะอาดเพียงพอ ครบทุกหมู่  ระวังอาหารหวาน  และการคานมขวดจนหลับ เพราะมักเป็นสาเหตุของภาวะฟันผุอย่างแรงได้ การรักษาสุขอนามัยทั่วไป  เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน ตัดเล็บ ล้างมือ ต้องเน้นย้ำมากกว่าปกติ แนะนำให้ดื่มน้ำสุกเสมอและไม่ให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ต้องมีการสัมผัส เช่น สุนัข แมว ควรส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายและมีกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย ไปโรงเรียนตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้โรงเรียนทราบว่าเป็นโรคนี้แต่ต้องหลีกเลี่ยงภาวะที่ต้องมีการกระทบกระแทกมีเลือดออก เด็กเหล่านี้สามารถเล่นกีฬาได้แต่ไม่ควรเล่นกีฬาที่อาจมีการกระทบกระแทกร่างกายได้

การฝึกระเบียบวินัยเป็นเรื่องสำคัญเพราะต้องกินยาอย่างเคร่งครัด ตรงเวลาตลอดชีวิตการเลี้ยงดูแบบเอาอกเอาใจเกินไป  หรือแบบไม่สนใจจะทำให้เด็กมีปัญหาในการดูแลตนเองต่อไปเด็กที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม สามารถปรับตัวเองในการกินยาได้ดีในเด็กเล็กคำอธิบายที่เหมาะสมกับวัยให้เข้าใจว่าทำไมต้องกินยาโดยยังไม่ต้องบอกชื่อโรค  จะช่วยให้เด็กร่วมมือดีขึ้น  ความรักความอบอุ่นในครอบครัว  จะลดปัญหาการต่อต้านได้  บางครั้งยาที่ใช้ต้องเป็นยาเม็ด  ต้องมีการตัดแบ่งหรือบด  จำเป็นต้องมีการฝึกสอนให้ผู้ปกครองทำได้อย่างถูกต้อง การกินยาให้ถูกต้องจะลดโอกาสที่เกิดเชื้อดื้อยาได้มาก เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปกติได้หรือไม่แนวทางการดูแลเด็กเหล่านี้  คือ ทำให้เด็กมีชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด แม้ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีชีวิตยืนยาวจนโตได้แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อบางคนยังมีความเจ็บป่วย  ผ่ายผอมและมีสภาพร่างกายที่ไม่ปกติ แต่เด็กจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มที่เกิดมาในช่วงที่มียาต้านไวรัสใช้ จะดูภายนอกเหมือนเด็กปกติทุกประการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติแต่ต้องกินอย่างเคร่งครัดและมาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

Tue, October 27 2015 » การบริการ » Comments Off on การดูแลเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีมีหลักปฏิบัติอย่างไรบ้าง

การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีให้แก่ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี

การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีให้แก่ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้อื่น

โดยปกติ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี จะไม่แพร่เชื้อให้แก่ผู้ใกล้ชิด จึงไม่เป็นอุปสรรคในการทำกิจวัตรประจำวัน และกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นแพทยสภาจึงแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อของเด็กให้ผู้อื่นทราบ เว้นแต่ในกรณีที่อาจเกิดการสัมผัสเลือด หรือน้ำเหลือง โดยตรง เช่น เด็กกัดกัน เป็นต้น

เด็กเล็กที่ติดเชื้อเอชไอวี มักไม่ทราบสภาวะการติดเชื้อของตนเอง เมื่อเด็กโตขึ้น ควรได้รับรู้การวินิจฉัยโรคของตนเอง รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับโรค การปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เพื่อที่เด็กจะได้มีการปรับตัวได้ดีขึ้นต่อการเจ็บป่วยเรื้อรัง มีทัศนคติที่ดีต่อโรคที่ตนเป็นอยู่ เข้าใจถึงความจำเป็นในการกินยา ส่งผลให้มีวินัยในการกินยามากขึ้น

การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อควรกระทำก่อนที่เด็กจะเข้าสู่วัยรุ่น และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มเติม และการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น ทั้งนี้ควรบอกเมื่อใดขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็ก และครอบครัวเป็นรายๆไป

กระบวนการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวี ของตนเองให้เด็กรับทราบ เป็นขั้นตอนที่ควรทำอย่างระมัดระวัง ต้องมีการเตรียมความพร้อม และควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถทำได้ในครั้งเดียว หลังจากมีการเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อแล้ว จะต้องมีการประเมิน ติดตามเด็กและครอบครัวต่อไป

เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามในการปฏิบัติตัวแตกต่างจากเด็กอื่นหรือไม่

โดยทั่วไปเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี ไม่มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่แตกต่างจากเด็กที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี แต่จะต้องเน้นในเรื่องอาหารและน้ำที่สุก สะอาด ไม่ควรกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อผ่านทางการสัมผัสในชีวิตประจำวัน เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถไปสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม สำหรับการเล่นกีฬา ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่ต้องปะทะกัน ซึ่งอาจมีการเกิดบาดแผล และสัมผัสเลือดได้ เช่น ชกมวย มวยปล้ำ รักบี้ เป็นต้น

เมื่อเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี เข้าสู่วัยรุ่น ผู้ดูแลควรเตรียมความพร้อมอย่างไร

วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ในด้านของการเจริญเติบโตเด็กผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือน ส่วนเด็กผู้ชายจะสามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ เด็กควรได้รับการสอนสุขลักษณะอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือก่อนและหลังจากเข้าห้องน้ำ ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว วัสดุที่ปนเปื้อนเลือดหรือน้ำอสุจิ ควรห่อกระดาษหรือใส่ถุงก่อนทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด เป็นต้น นอกจากนั้นควรเน้นในเรื่องของการไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หากมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ส่วนในด้านของจิตใจ อารมณ์ และการปรับตัวในสังคม เด็กที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อาจมีปัญหาในเรื่องของพฤติกรรม การกินยาอย่างสม่ำเสมอ ความมั่นใจในตนเอง ผู้ดูแลควรคอยสังเกต และเป็นที่ปรึกษาให้แก่เด็กอย่างใกล้ชิด รวมทั้งอาจช่วยวางแนวทางในการเลือกอาชีพด้วย

ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีนั้น โดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดในการทำอาชีพใด ๆ ยกเว้นควรหลีกเลี่ยงในบางอาชีพ ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสปนเปื้อนเลือดโดยตรงได้ เช่น แพทย์หรือพยาบาลที่ทำการผ่าตัด เป็นต้น

Sat, September 26 2015 » การบริการ, แนะนำสินค้า » Comments Off on การเปิดเผยสภาวะการติดเชื้อเอชไอวีให้แก่ เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี

เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปกติได้หรือไม่ ?


แนวทางการดูแลเด็กเหล่านี้ คือ ทำให้เด็กมีชีวิตใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด แม้ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีชีวิตยืนยาวจนโตได้
แม้ว่าเด็กที่ติดเชื้อบางคนยังมีความเจ็บป่วย ผ่ายผอม และมีสภาพร่างกายที่ไม่ปกติ แต่เด็กจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มที่เกิดมาในช่วงที่มียาต้านไวรัสใช้ จะดูภายนอกเหมือนเด็กปกติทุกประการ สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ แต่ต้องกินอย่างเคร่งครัดและมาติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
มีเด็กจำนวนมากหนึ่งกำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น และอาจจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องให้เด็กรู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไร และสอนให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่น ในต่างประเทศมีเด็กติดเชื้อตั้งแต่เกิดจำนวนหนึ่ง เติบโตเป็นผู้ใหญ่และตั้งครรภ์ มีบุตร โดยที่ไม่มีทารกคนใดติดเชื้อ เพราะมีการให้ยาป้องกันการติดเชื้อในทารกอย่างเต็มที่
เด็กที่ติดเชื้อมักจะเกิดในครอบครัวที่มีปัญหาและความวุ่นวาย เด็กจึงอาจมีปัญหาทางสุขภาพกายและใจ การเลี้ยงดูให้เด็กมีสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีนับเป็นเรื่องสำคัญ การดูแลเด็กติดเชื้อเอชไอวี ที่กำลังโตเข้าสู่วัยรุ่น เป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย เพราะวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมเสี่ยง และต่อต้าน การทำงานเป็นทีมกับผู้เชียวชาญหลายฝ่าย จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น

โรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ในเด็กเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับเด็กที่ติดเชื้อไปแล้ว ยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสทำให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และอายุยืนยาว ถือได้ว่าเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งที่ต้องการการดูแลรักษายาวนานตลอดชีวิต ความใส่ใจ ความรัก และความอบอุ่นในครอบครัวจึงเป็นอีกหนึ่งยาขนานเอก ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเด็กมีสุขภาพใจ และสุขภาพกายแข็งแรงไปอีกนาน ๆ ค่ะ

Mon, August 31 2015 » การบริการ » Comments Off on เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กปกติได้หรือไม่ ?

พัฒนาการแก้ปัญหาโรคเอดส์ร่วมกัน เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้

เมื่อเปิดดูผลการสำรวจของสถานการณ์โรคเอดส์ในไทย พบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละ 9,000-10,000 คน สาเหตุของการติดเชื้อร้อยละ 85 มาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกัน ส่วนกลุ่มที่มีการติดเชื้อมากที่สุด หากไม่นับการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันแล้ว กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายยังคงครองแชมป์การติดเชื้อมากที่สุด และถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังมากที่สุด

แม้จะมีการรณรงค์ว่า “เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้” แต่ผู้ป่วยเอดส์หลายคนต้องเผชิญกับความรังเกียจเดียดฉันท์จากสังคมบางกลุ่มอยู่ไม่น้อย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง การรับประทานอาหารร่วมกัน, โดยสารยานพาหนะด้วยกัน, พูดคุย สัมผัส หรือโอบกอดกัน, การใช้โทรศัพท์ร่วมกัน, ว่ายน้ำในสระหรือคลองเดียวกัน, ทำงานร่วมกัน, อยู่บ้านเดียวกัน รวมไปถึงการถูกกัดโดยยุงหรือแมลงตัวเดียวกันจะไม่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวี แต่ก็ยากที่จะรับได้อยู่ดี

ดังนั้น ไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์ทางใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือแม้แต่ทางปากหรือออรัลเซ็กซ์ เรื่องนี้ พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ แพทย์ประจำศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้เคยแนะนำเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงว่า ควรที่จะมาตรวจเชื้อหาเอชไอวี โดยเฉพาะกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ซึ่งมีการร่วมรักกันผ่านทางทวารหนัก เพราะมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดในผู้หญิงถึง 10 เท่า เนื่องจากทวารหนักมีความเปราะบางกว่าช่องคลอด

แม้ฝ่ายรุกที่ไม่ติดเชื้อจะมีโอกาสติดเชื้อเอชไอวีน้อยกว่า แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อเลย ดังนั้น การป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ซึ่งพื้นฐานในการป้องกันคือการใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะสามารถช่วยป้องกันโรคได้ และอีกแนวทางหนึ่งที่มีผลการศึกษาชัดเจนแล้วว่า การรักษาด้วยการรับยาต้านไวรัส สามารถป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีได้ ไม่ว่าจะเป็นจากแม่ไปสู่ลูก หรือจากคู่รักไปสู่คู่รัก

โรคเอดส์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเฉพาะตัว หลายเรื่องยังต้องเร่งแก้ไข ทั้งภูมิความรู้ความเข้าใจโรคเอดส์ของคนไทย รวมไปถึงทัศนคติที่ไม่ดีกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เช่น โรคเอดส์เป็นแล้วต้องตาย หรือผู้ที่ติดเชื้อเป็นคนไม่ดี ทว่าในความจริงแล้วพฤติกรรมที่นำไปสู่การติดเชื้อ แม้คนดีหรือคนที่ไม่รู้เรื่องก็สามารถติดเชื้อได้ เช่น แม่บ้านติดเชื้อจากสามีสุดที่รัก หรือแม้กระทั่งติดไปถึงตัวลูกในครรภ์

Sat, July 11 2015 » การบริการ » Comments Off on พัฒนาการแก้ปัญหาโรคเอดส์ร่วมกัน เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้